1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading ... Loading ...

กูรูหุ้นพันล้าน : ตอนที่ 19 Bid – Offer
วิชัย วชิรพงศ์

“ในช่วงของการสะสมหุ้น ถ้าเป็น “หุ้นดี” ให้สังเกตฝั่ง Bid จะน้อย แต่ฝั่ง Offer จะเยอะ ภาวะอย่างนี้ คือ ช่วงที่ดัชนี SET ประมาณ ตี 4 ตี 5 คนยังเล่นหุ้นไม่เต็มตัว เขาจะรอรับ แต่จะไม่ไล่ราคา”

สำหรับการลงทุนระยะสั้น การทำความเข้าใจกับ “แนวรับ” หรือ แนว Support และ “แนวต้าน” หรือ แนว Resistance นั้น นับว่ามีความสำคัญอยู่ไม่น้อย
“เสี่ยยักษ์” วิชัย วชิรพงศ์ ยกตัวอย่างให้ฟังว่า ถ้าราคาหุ้นช่วงไหนที่ทุกคนซื้อขาย “นัวเนีย” อยู่แถวนี้ “แน่น” มาก และนานพอสมควร ถ้าจะฝ่าราคาตรงนี้ขึ้นไปได้ ต้องใช้เงินมาก ยกตัวอย่าง คนที่ติด BLAND-W1 ที่ 0.21 บาท (ขณะที่สัมภาษณ์) เริ่มอึดอัดแล้ว เพราะราคามันนัวเนียอยู่ตรงนี้นาน

โดยหลักจิตวิทยาของคนเล่นหุ้น ถ้า “ขาดทุน” พอราคาขึ้นมาถึงทุน ก็จะรีบขาย ภาษาหุ้นเขาเรียกว่า “ขอชีวิตคืน” ตรงจุดนั้น ก็จะเป็น “แรงต้าน” แต่ถ้าราคามีการ Breakout หรือ การทะลุผ่านแนวต้าน ที่ 0.21 บาท ขึ้นไปได้ แนวต้านตรงนี้ก็จะกลายเป็น “แนวรับ” เลยนะ คนที่จะเล่นหุ้นเก็งกำไรระยะสั้น ต้องดูจุดนี้ประกอบด้วย
นอกจากนี้ บางทีก็ต้องดูว่า “ฝรั่ง” (ต่างชาติ) เข้าหรือไม่เข้า ถ้าผ่านไป 2 ชั่วโมง (10.00-12.00 น.) วอลุ่มยัง 5,000 ล้านบาท อยู่เลย แสดงว่าวันนี้ “ฝรั่งไม่เข้า” ตลาดอาจจะนิ่งๆ ไม่ไปไหน แต่ถ้าวันไหนเปิดมา วอลุ่ม “ปี้ด” ขึ้นไปเลย ดัชนี SET กลับมา “บวก” เดาได้เลยว่า วันนี้ ฝรั่งต้องมี “Net Buy” ต้องรีบไปดูเลย หุ้นตัวไหนจะมา ให้เรา “เล่นตามน้ำ” หรือ Follow the Trend ได้

บางที เพื่อความแน่ใจต้องไปเช็คดูว่า วอลุ่มมาจากโบรกฯ ไหน ถ้ามาจาก บล.ยูบีเอส (ประเทศไทย) ใช่เลยของจริง ซึ่งส่วนใหญ่ (รายใหญ่) ก็จะรู้กันก่อนว่า “ฝรั่ง” มีออเดอร์เข้ามาหรือไม่มี

เสี่ยยักษ์ แนะนำเคล็ดลับเพิ่มเติมว่า ถ้าตลาดหุ้นจะ “ดี” มักจะต้องมีตัว Shoot (ตัวยิงประตู) ซึ่งหมายถึง “หุ้นนำตลาด” บางตัว หรือ “ข่าวดี” อะไรบางอย่าง “นำมาก่อน” จะเป็นการส่งสัญญาณให้หุ้นขึ้น พอคุณกล้า…ผมก็กล้า มันเป็นหลักจิตวิทยา ขณะเดียวกัน ถ้าหุ้นจะเปลี่ยนเป็น “ขาลง” มันจะมี “ตัวลงแรง” นำมาก่อน เดี๋ยวหุ้นตัวอื่นก็จะลงแรงตาม ลงหนักๆ ตามกันลงไป…ตลาดหุ้นมักจะเป็นอย่างนี้เสมอ !!! เช่น ถ้าวันนี้ หุ้น PTT ลงแรง หุ้น KBANK ลง หุ้น TOP รวมทั้งหุ้นตัวอื่นๆ ก็จะไหลลงตาม อย่างนี้เป็นต้น

เสี่ยยักษ์ บอกว่า “ตัวแปร” ที่ส่งสัญญาณเหล่านี้ ต้องใช้ประสบการณ์ และต้องหัดสังเกตบ่อยๆ อย่างบางช่วง ถ้าเราเห็นหุ้น “บิ๊กแคป” บางตัวกล้า “ฉีกตัว” หรือ “กล้าสู้” ขึ้นไป เดี๋ยวหุ้นตัวอื่นก็จะกล้าสู้ขึ้นตาม เราต้องจำว่าหุ้นตัวไหน “แข็ง” และสามารถ “ชี้นำ” ภาวะตลาดได้ อย่างเคส หุ้น PTT เริ่มสู้สวนขึ้นมา หุ้น IRPC เริ่มสู้ตาม แสดงว่าตลาดหุ้นไม่ได้เสียรูปมวย อย่างนี้ถือว่า “ดี” ยกตัวอย่าง เช่น เมื่อวาน…ตอนท้ายตลาด หุ้น IRPC ยังอยู่ที่ 6 บาท แต่ตีขึ้นมาปิด 6.10 บาท แล้ววันนี้ ดัชนี SET อยู่ในแดนลบ แต่หุ้น IRPC ยังยืนราคาปิดเมื่อวาน หรือบวกนิดๆ แสดงว่า “แข็งแรง” อย่างนี้เราต้อง “จับตา” ถือว่าเจ๋ง

ตรงกันข้ามกับ หุ้น PTTEP คือ ยืนราคาต่ำ เมื่อวานนี้ตลาดหุ้นขึ้น แต่มันไม่ขึ้น วันนี้หุ้นลบ มันลบตาม ภาพอย่างนี้ “ไม่ดี” เราก็ต้องเก็บข้อมูลเอาไว้ ทุกวันๆเสี่ยยักษ์ สรุปให้ฟังว่า การเล่นหุ้นก็คล้ายกับการค้าขาย เราต้องรู้จัก “เลือกสินค้า” เข้าร้าน ต้องค่อยๆ ดูว่า หุ้นตัวไหนกำลังจะเป็นที่นิยม ซื้อได้ช่วงไหนราคาไม่แพง และพฤติกรรมของมันเป็นอย่างไร? ที่จริงแล้ว หุ้นแต่ละตัวจะมี “นิสัยสันดาน” ของมัน ก็คือ ชื่อ ชั้น นามสกุล แซ่ ของมัน ยกตัวอย่าง หุ้น HEMRAJ ตัวนี้ “เคี่ยวมาก” ต้องเล่นดวลกับเขาเลย 1-2 ช่อง (1% กว่า) เขาก็เอากำไรแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าจะอยู่ในวงการนี้ เราต้องรู้ให้มากๆ หรืออย่าง หุ้น TPIPL ใช้ได้ เพราะมีคนดูแล “มีวอลุ่ม” ราคาบางช่วงแข็ง…ไม่ลง หาจังหวะเล่นรอบได้ เป็นต้น

อีกเกร็ดความรู้หนึ่งที่ เสี่ยยักษ์ ไขปริศนาให้เข้าใจ ก็คือ การตั้ง Bid (เสนอซื้อ) และ Offer (เสนอขาย) หลอกกันได้อย่างไร?

โดยปกติ ถ้าเราเห็น การตั้งขาย “ไม้ใหญ่ๆ” ถ้าอยู่ฝั่งขาย (Offer) คนที่เห็นก็มักจะใจไม่ดี ซึ่งวอล่ม Offer ไม่ค่อยหรอก…มักจะขายจริง แต่ฝั่ง Bid มันหรอกกันได้ เช่น หุ้น BROCK (ก่อนปรับพาร์จาก 5 บาทเหลือ 1 บาท) มี Bid ช่องบน 6.50-6.60 บาท 1 ช่องวางซื้อ (Bid) ไว้ 7 แสนกว่าหุ้น นั่นคือ เขากลัว “ลง” เป็นการ “หนุน” เพื่อให้คนซื้อตาม แต่ถ้ามีคนเสนอซื้อเข้ามา อยากซื้อเท่าไรก็มีของ (หุ้น) ขายให้ อย่างนี้เป็นต้น “แต่ถ้าเป็น “หุ้นดี” ให้สังเกตว่า มักจะมี Bid วางซื้อไว้น้อย แต่ฝั่ง Offer วางขายไว้เยอะ โดยปกติของ “หุ้นดี” ช่วงเก็บของ หรือ ช่วงสะสมหุ้น รายใหญ่จะตั้ง “เสนอซื้อ” ไว้ไม่เยอะ ส่วนใหญ่จะเป็นอย่างนี้ …เพราะอะไร ถ้ามีคนขายออกมา เขารอรับ…เขารอเก็บเข้าพอร์ต ซึ่งภาวะอย่างนี้ คือ ช่วงที่ดัชนี SET ประมาณ ตี 4 ตี 5 คนยังเล่นหุ้นไม่เต็มตัว เขาจะรอรับ แต่ไม่ไล่ราคา” นี่เป็นอีกเกร็ดความรู้ในการอ่านเกมที่ เสี่ยยักษ์ ถ่ายทอดให้เข้าใจ

พบกับบทความชุด กูรูหุ้นพันล้าน วิชัย วชิรพงศ์ ตอนที่ 20 ในตอน เล่นหุ้นสไตล์ พญาอินทรี

เนื้อหาที่หลายคนอ่านต่อ

เนื้อหาน่าสนใจ

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading ... Loading ...
1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading ... Loading ...